ทางหนึ่งซึ่งหวัง

posted on 04 May 2008 23:59 by yokkawa  in theirsongs

เธอจ๋า

พวกเธอรู้จักวงดนตรีคณะ The Innocent กันมั้ยจ๊ะ

ชั้นน่ะโตไม่ทันสมัยพวกพี่ ๆ เค้าออกผลงานกันหรอกจ้ะ

แต่ชั้นมารู้จักผลงานของพวกพี่ ๆ จากอัลบั้ม A Touch of The Innocent ของคุณสายชล ระดมกิจ นักร้องนำของ The Innocent ที่นำผลงานเพลงจำนวนหนึ่งของวงมาทำใหม่ ผ่านการโปรดิวซ์อันยอดเยี่ยมของพี่บอยด์ โกสิยพงษ์ แห่งค่ายเบเกอรี่ มิวสิค ในอดีต

งานชุดนี้ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2538 ขณะชั้นเรียนอยู่ชั้น ม.2 จ้ะ หุ หุ หุ (ทำไมแก่จังเลย ตู)

มีเพลง ๆ หนึ่งของ The Innocent ที่ฉันประทับใจมาก ๆ

นั่นก็คือเพลงที่มีเนื้อร้องสวยงามทั้งทางด้านภาษาและความหมายอย่าง "ทางหนึ่งซึ่งหวัง"

 

ตะวันลับไป หนทางยังไกล เสมือนไร้ซึ่งจุดหมาย
ดั่งความฝันที่พลันมืดมิด ขาดทิศทางนำฉันไป
แม้ว่าต้องรอ ท้อใจกระไรฝืนใจข่ม แม้คลื่นลม
กระหน่ำให้หวังมลายสิ้น

* ผ่านมาตามทางแสนไกล แม้ฉันจะได้ก็แค่เพียงธุลีดิน
หยาดแห่งความรักอบอุ่นที่หลั่งริน สู่หัวใจที่สิ้นศรัทธา

** แม้หนทางใหม่อาจไกลสุดลิบตา
ฉันจะฝ่าเรื่อยไปมิไหวหวั่น ด้วยใจยึดมั่นตราบวันผันผ่าน
เพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง

นานเท่านานหนทางที่ผ่าน ดูเวิ้งว้างและเงียบเหงา
ดั่งฝันร้ายติดตามเป็นเงา เฝ้าย้ำให้เราทุกข์ทน
แล้วมีใครบ้าง หวังเดินตามทาง แม้หมองหม่น
ขอเพียงทนอย่าบ่น ให้หวังนั้นสูญสิ้น (ซ้ำ *,**)

ไม่มีผู้คนตามหนทาง โดดเดี่ยวอ้างว้างกลางหนทางเปลี่ยว
จะมีใครเหลียวแล ความตายนั้นคือความพ่ายแพ้
สิ่งหนึ่งนั้นแม้สิ้นสุด คงไม่หยุดหนทางหวังยังคอย
ใยโดนปล่อยให้หงอยเหงาเดียวดาย

หยาดแห่งความรักอบอุ่นที่หลังริน สู่หัวใจที่สิ้นศรัทธา (ซ้ำ **)

 

สิบกว่าปีผ่านไป ชั้นได้ทราบข่าวที่น่ายินดีของ The Innocent อีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ พี่โอม ชาตรี คงสุวรรณ มือกีต้าร์ของวง (และอาจถือเป็นกีต้าร์ฮีโร่อีกคนหนึ่งของวงการเพลงไทย) ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของตัวเองในปีนี้ และกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในวันที่ 28 พฤษภาคม ที่กำลังจะมาถึง

เพราะฉะนั้น แฟน ๆ The Innocent อย่าลืมไปซื้อบัตรคอนเสิร์ตกันนะจ๊ะ

ชั้นน่ะซื้อบัตรมาเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าอาจจะไม่ได้ยินเพลง "ทางหนึ่งซึ่งหวัง" ที่ตนเองโปรดปรานเป็นอย่างมาก ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็ตาม

 

พวกเธอสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับคอนเสิร์ตของพี่โอมได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/concert/ohm_chatree.php จ้ะ

สงกรานต์รำลึก

posted on 19 Apr 2008 00:09 by yokkawa  in mysongs

สงกรานต์คราใด     ผู้คนสดใสเย็นฉ่ำทั่วหล้า

สาดน้ำกันชื่นอุรา     แต่ฉันนั้นหนากลับต้องร้องไห้

น้ำตานองหน้า     ยามเมื่อมองหาเธอผู้จากไป

ความทุกข์ระทมรินไหล     ส่วนในหัวใจชอกช้ำระบม

 

สงกรานต์ปีนั้น     ฉันยังจำได้

เราสองน้ำนองเปียกกาย     แต่ใจอบอุ่นเกินเอ่ย

เธอจุมพิตฉัน     และให้คำมั่นว่าแม่ทรามเชย

แม้วันเดือนปีล่วงเลย      จะไม่เฉยเมยเหินห่างน้องยา

 

เดือนปีผันผ่าน     แม่น้ำแห่งกาลมิเคยหยุดไหล

วันเก่าก็จางหายไป     เข้าสู่วันใหม่ที่แสนโศกเศร้า

ความตายมาพราก     พาเธอลาจากความรักของเรา

เหลือไว้เพียงความปวดร้าว     และฉันที่เหงาอ้างว้างเดียวดาย

 

 

เธอ ๆ ในชีวิตของพวกเธอเคยได้มีโอกาสพบเจอกับนักมวยสากลระดับแชมเปี้ยนโลกจากต่างชาติบ้างมั้ยจ๊ะ

ฉันเคยเจอกับนักมวยระดับนั้นมาแล้วนะ สมัยฉันยังเรียนอยู่ ม.1 โน่นแน่ะ

 

เรื่องราวก็ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2537

ตอนนั้นเป็นปลายภาคเรียนที่ 1 ก็คงช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมน่ะเธอ

ทางโรงเรียนของฉันก็จัดให้นักเรียน ม.1 ทั้งหมด มาเข้าค่ายลูกเสือในโรงเรียน เพื่อจะได้ประดับบ่าลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ให้แก่นักเรียน ม.1 ทุกคนน่ะเธอ

มันก็เป็นพิธีกรรมที่เช้ย เชย และ คว้า ขวา นะ ว่ามั้ย?

ตัวกิจกรรมการเข้าค่ายก็ไม่มีอะไรมากหรอก ประมาณร้องเพลง ผูกเงื่อน ทำนองนั้น

แต่ไฮก์ไลท์ก็คือ กิจกรรมในช่วงสายของวันสุดท้าย ที่โรงเรียนจะจัดให้ลูกเสือตัวน้อย ๆ ทุกคน ได้เข้าพิธีประดับบ่า ณ สนามฟุตบอลของโรงเรียน

มันก็ดูตื่นเต้นและดราม่าดีเหมือนกันนะ สำหรับพิธีกรรม พิธีการอะไรแบบนี้

ทว่า ก่อนที่ฉันและเพื่อน ๆ จะได้กลายเป็นลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่เต็มตัว คุณครูผู้ทำหน้าที่เป็นพิธีกรก็ประกาศหยุดพิธีการเสียกลางคันด้วยอาการมึน ๆ ปนสับสนเล็กน้อย

จากนั้น แกก็ประกาศว่า ทางโรงเรียนของเราช่างโชคดีและได้รับเกียรติอะไรเช่นนี้ เมื่อได้มีแชมเปี้ยนโลกรุ่นไลต์ฟลายเวตของสมาคมโลก ที่เป็นชาวเวเนซุเอล่า ชื่อ "ลีโอ กาเมซ" เข้ามาร่วมพิธีการประดับบ่าลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ของพวกเราด้วย

จากนั้น คุณครูพิธีกร ก็ได้ถามทางล่ามที่มากับคุณกาเมซ ซึ่งตอนนั้นก็อายุ 30 กว่า ๆ ว่า คุณแชมป์โลกต้องการจะพูดอะไรกับนักเรียนมั้ย

ซึ่งปรากฏว่าคุณกาเมซก็ปาฐกถาให้พวกเราฟังสั้น ๆ เป็นภาษาอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่อังกฤษและไทย แต่คงเป็นภาษาคนแน่นอน เพราะอย่างน้อย คุณล่ามก็ยังฟังได้รู้เรื่อง

ปาฐกถาของคุณกาเมซก็ไม่ได้มีอะไรนักหรอก ก็แค่บอกว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาพบกับหลาน ๆ อะไรทำนองนั้น

จากนั้น แชมเปี้ยนโลกจากทวีปอเมริกาใต้ก็มอบลูกอมเม็ดเล็ก ๆ พร้อมทั้งประดับบ่าลูกเสือให้แก่ตัวแทนนักเรียน ซึ่งไม่รู้ว่าได้รับเลือกขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไรเหมือนกัน

เสร็จแล้ว คุณกาเมซก็เดินทางกลับ เล่นเอาพวกเราที่เป็นนักเรียนและคุณครูทั้งหลายเง็งไปตาม ๆ กัน ว่า จู่ ๆ คุณเธอจะมาร่วมแจมด้วยทำไมหนอ? 

 

อีกสองสามวันต่อมา ขณะที่บรรดาผู้ชายแมน ๆ ในบ้านฉันกำลังดูมวยทางโทรทัศน์

เด็กติ๋ม ๆ อย่างฉันก็เข้ามาร่วมแจมด้วย แบบว่าหลงใหลในกล้ามเป็นมัด ๆ ของชายหนุ่มในทีวีน่ะเธอ

ทันใดนั้น ฉันก็ได้เห็นคุณกาเมซขึ้นชกป้องกันแชมป์โลกกับ "พิชิตน้อย ศิษย์บางพระจันทร์" ปรากฏว่าประมาณยก 1-5 พิชิตน้อยของเราก็ดักต่อยคุณกาเมซเสียแทบเสียมวยและเสียเข็มขัดแชมป์ ขนาดที่อีตาสมิงขาว นักพากษ์มวยถึงกับกล่าวว่า พิชิตน้อยชกด้วยเชิงชกอันทันสมัย แต่แล้วพอขึ้นยกที่ 6 คุณกาเมซก็ซัดหมัดเปลี้ยงเดียวเข้าปลายคางของพิชิตน้อย ส่วนพิชิตน้อยก็ลงไปนั่งกองกับพื้นเวทีด้วยอาการเซื่องซึมมึนเมาลุกยืนไม่ขึ้น จนกรรมการบนเวทีต้องจับแพ้น็อคไปในที่สุด

คุณผู้ชายแมน ๆ ในบ้านฉันให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านั้น คุณกาเมซเคยมาชกป้องกันแชมป์กับนักมวยไทยที่ชื่อ ห้าดาว ซีพียิม หรือชื่อเดิมคือ กาจ ชาติบัณฑิต (ชื่อนี้เพราะดีเนอะ) ปรากฏว่า คุณกาเมซถูกห้าดาวต่อยลงไปกองกับพื้น จนกรรมการต้องนับ 8 มิหนำซ้ำห้าดาวยังไล่ต้อนคุณแชมป์โลกจากเวเนซุเอลาอยู่แทบจะข้างเดียว แต่เมื่อครบ 12 ยก กรรมการกลับตัดสินให้ทั้งคู่เสมอกันไปแบบค้านสายตาคนไทยทั่วเวที ว่ากันว่าที่คุณกาเมซสามารถรักษาเข็มขัดแชมป์ไว้ได้อย่างค้านสายตาเช่นนั้น ก็เป็นเพราะว่า ประธานของสมาคมมวยโลกเป็นคนชาติเวเนซุเอลาเช่นเดียวกันกับเขา

หลังจากมาน็อคพิชิตน้อยแล้ว รู้สึกว่า กาเมซจะมาชกที่เมืองไทยอีกสองครั้ง ครั้งแรกมาแพ้คะแนนแสน ส.เพลินจิต ไปแบบสูสี ส่วนครั้งที่สอง ก็มาแพ้คะแนนศรพิชัย พิษณุราชันย์ ไปแบบผลัดกันต่อยได้นับจนเจียนอยู่เจียนไปทั้งคู่

 

เมื่อตอนเรียนชั้น ม.5 ฉันได้เรียนร่วมชั้นกับเพื่อนคนหนึ่งที่หน้าตาและรูปร่างเหมือนกับนกเพนกวินมาก ๆ แถมยังมีชื่อว่า "กวิน" เสียด้วย

พ่อของกวินเคยทำงานเป็นทีมงานฝ่ายต่างประเทศให้แก่โปรโมเตอร์มวยชื่อดัง "ทรงชัย รัตนสุบรรณ"

กวินสารภาพกับฉันว่า เมื่อตอนเราเรียน ม.1 นั้น พ่อของเขาเป็นคนพาคุณกาเมซมาร่วมพิธีประดับบ่าลูกเสือฯ เองแหละ

เรื่องของเรื่องก็คือ พิชิตน้อยนั้นเป็นนักมวยในสังกัดของคุณทรงชัย ทางทีมงานเลยคิดแผนกันว่า สามารถทำอะไรได้บ้างที่จะส่งผลให้คุณกาเมซหมดแรงข้าวต้ม

เมื่อพ่อของกวินรู้ว่า ลูกชายของตัวเองจะต้องเข้าร่วมพิธีประดับบ่าฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว เขาจึงจัดโปรแกรมเร่งด่วนให้คุณกาเมซมาร่วมแจมด้วยซะอย่างงั้น เล่นเอาคุณกาเมซและครู ๆ ที่โรงเรียนของฉันงงเง็งกันเป็นแถว

ทางทีมงานของคุณทรงชัยคงคิดว่า เมื่อคุณกาเมซมาร่วมงานแปลก ๆ อย่างนี้ คงเสียเวลาฝึกซ้อมทบทวนเชิงชกไปเยอะ แถมยังต้องเดินทางไกลมาโรงเรียนของฉันอีก จนต้องหมดแรงไปไม่น้อย ดังนั้น แชมป์โลกจากเวเนซุเอลาจะต้องเสียเข็มขัดให้แก่นักมวยไทยแน่นอน

แต่ก็อย่างที่เล่าไปนั่นแหละเธอ สุดท้ายแล้ว กลับเป็นพิชิตน้อยของเราที่ถูกคุณกาเมซต่อยแพ้น็อค

เฮ้อ! อย่างนี้เค้าเรียกว่า ใช้แผนผิด ๆ แถมผลที่ออกมายังผิดแผนซ้ำเสียอีก